ทำไมต้องขัดเคลือบสีด้วยผลิตภัณฑ์คาร์แลค 68

 

การเปรียบเทียบคุณสมบัติของน้ำยาเคลือบสีตามกลุ่มของเคมีภัณฑ์ CAR POLISHING AGENT ANALYSIS

 

ล้างรถอย่างไรจึงจะถูกวิธี และไม่ทำให้เกิดริ้วรอยบนสีรถ

 

10 บัญญัติ ประหยัด น้ำมัน

 

รอยต่างๆ บนผิวสีรถ

 

การเคลือบสีด้วยคาร์แลค68 นาโนเทค

 

11 วิธีขับรถปลอดภัยก่อนไปเที่ยวต่างจังหวัด

 

เลือกสีรถตามวันเกิด

 

Liqui-Moly Video Presents

 

แรงบิด และ แรงม้า

 

ความรู้ของผู้ใช้รถป้ายแดง

 

ความรู้เกี่ยวกับแฟรนไชส์

 

เมื่อมดเข้ารถ จะทำอย่างไร?

 

การลดปริมาณ ควันดำ จากรถยนต์ เครื่องยนต์ดีเซล

 
   

การเปรียบเทียบคุณสมบัติของน้ำยาเคลือบสีตามกลุ่มของเคมีภัณฑ์ CAR POLISHING AGENT ANALYSIS

 
 

การที่จะทราบถึงความต้องการแตกต่างในผลิตภัณฑ์ คาร์แลค 68 ทางท่านผู้อ่านจำเป็นต้องศึกษาอย่างจริงจังเพื่อจะทราบว่าเคมีภัณฑ์ที่นำมาเคลือบบนผิวสีรถยนต์นั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งในปัจจุบันน้ำยาเคลือสีรถยนต์สามารถแบ่งได้ตามต้นกำเนิดของเคมีภัณฑ์ เช่นตระกูล Wax Silicone Polymer Resin หรือ Teflon ซึ่งสิ่งเหล่านี้แต่ละท่านจะต้องเข้าใจและสามารถถ่ายทอดให้เห็นถึงจุดแตกต่าง เพื่อตกย้ำจุดเด่นในผิลิตภัณฑ์ของ คาร์แลค 68 ทางผู้เขียนอยากให้ท่านคิดตามและนำไปทดลองกับตัวท่านเองเพื่อท่านจะทราบว่าแตกต่างกันจริง
ในศตวรรษที่ 19 ได้มีนักวิจัยเกิดขึ้นจำนวนมากได้พยายามคิดค้น เคมีภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันผิวสีรถยนต์ที่ดีที่สุดจนในที่สุดทีมคณะวิจัยของ CAR-LACK CHEMIE KONSTANZ ได้ค้นพบสูตรทางเคมีที่รวบรวมความเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของสารเคมีต่างๆ รวมไว้ด้วยกันจนกลายเป็น น้ำยาเคลือบสีรถยนต์ CAR-LACK 68 ขึ้น โดยมีส่วนผสมของสารเคมีหลักๆ คือ
 
1 สารโพลีเอทธีลีน Polythyiene-Concentrate
2 สารอะครีลิต Acrylic
3 สารป้องปันรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต UV Protective
4 สารทำความสะอาดผิวสี Cleaning Agents
 

ซึ่งสารเคมีหลักๆ คือ Polyethylene และ Acrylic จะมีส่วนช่วยสร้างความแข็งแรง และความคงทนให้กับแผ่นฟิลม์ โดยแฝงไปด้วยความเงางาม สารโลีเอทธีลีนเป็นสารที่สกัดได้จากส่วนที่เป็น PE หรือ พลาสติก แต่ Polythylene จะมีความเด่นตรงที่เป็นสารเคลือบแข็ง ที่ทนต่อความร้อนสูงมากๆ สังเกตได้จากถุงร้อน ที่นำมาใส่ก๋วยเตี๋ยว หรือน้ำแกงร้อนๆ กว่า 100 องศาเซลเซียส ลองคิดดูสิว่าชั้นผิว หรือ Layer ของถุงนั้นมีความหนาเท่าใด กี่มิลลิเซน บางทีอาจเรียกว่าบางกว่าที่เราจะไปวัดได้ แต่เพราะเหตุใดผิวที่บางขนาดนั้นจึงสามารถทนต่ออุณหภูมิที่ถูกเทผ่านน้ำลงไป และทำให้ถุงไม่ขาด ทั้งๆ ที่ถ้านำน้ำร้อนไปเทใส่วัสดุอื่นเช่น กระดาษ หนัง ก็คงเปื่อยทะลุเป็นแน่ นั่นคือความโดดเด่นของสารเคมีประเภท Polyethylene ที่มีความแข็งแกร่ง และมีความคงทนต่ออุณหภูมิที่สูงถึง 320 องศาฟาเรนไฮท์ หรือ 160 องศาเซลเซียส สูงกว่าจุดเดือด ส่วน Acrylic เป็นสารเคมีที่ให้ความเงางามสูง ท่านผู้อ่านคงเคยได้ยินคนพูดว่า รถคันนี้พ่นสีคะคริลคิล สีเมทเทลลิค เป็นต้น ซึ่งคุณสมบัติหลักของ อะคริลลิค คือความใส ความเงางามสูง ซึ่งสารเคมีนี้เองถูกหลอมรวมอยู่ในน้ำยาเคลือบสีรถยนต์ คาร์แลค 68 สรุปคือ
 
POLYETHYLENE คุณสมบัติมีความแข็งแรง ทนต่อความร้อนได้สูงถึง 320 ํF หรือ 160 ํC
+
ACRYLIC คุณสมบัติมีความเงางามสูง
=
CAR-LACK 68 เคมีภัณฑ์ที่ได้รับการยกย่องเป็นสุดยอดน้ำยาเคลือบสีรถตั้งแต่ปี 1986 ในทวีปยุโรปหรือรางวัล
"The Fold Medal Award for International Trophy for Technology 1986


Chemical Analysis

สารเคมี/Chemical

ลักษณะคุณสมบัติ/Advantage-Disadvantage

Polyethylene (ใน Car-Lack 68) *ตัวอย่างเช่น ถุงร้อนใส่อาหาร

ข้อดี

  1. ความคงทนต่ออุณหภูมิที่สูงถึง 320 ‘F หรือ 160’C
  2. มีแผ่นฟิลม์ที่บางใส
  3. มีความแข็งแกร่งและทนทาน
  4. สามารถนำไปเคลือบกระจกได้
  5. สามารถผสมกับน้ำได้

ข้อเสีย

  1. ยากในการผลิต ต้องใช้ความร้อนที่สูง
  2. มีต้นทุนการผลิตที่สูงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเคมีภัณฑ์ทั่วไป

Acrylic (ใน CAR-LACK 68) *ตัวอย่างเช่น สีอะครีลิค, แผ่นอะครีลิค

ข้อดี

  1. ให้ความเงางาม
  2. ให้ความใส
  3. สามารถนำไปเคลือบกระจกได้

ข้อเสีย

  1. ต้องใช้อุณหภูมิที่สูงในการผลิต

มีต้นทุนการผลิตสูง

Wax *ตัวอย่างเช่น เทียนไข, ขี้ผึ้ง

ข้อดี

  1. มีความมัน เงางาม ใช้งานง่าย
  2. สามารถผลิตในรูปแบบ Hard Wax ได้
  3. ต้นทุนต่ำ

ข้อเสีย

  1. ทนความร้อนได้เพียง 45’C-70’c
  2. เมื่อโดนความร้อน สีจะดูเป็นปื้นๆ
  3. มีส่วนผสมของ Petroleum Base
  4. ตั้งในที่เย็นมากจะเป็นไข หรือแยกชั้นน้ำยา
  5. ไม่สามารถเคลือบกลางแดด หรือในที่มีอุณหภูมิสูง
  6. เช็ดออกยากถ้าทิ้งไว้นานๆ
  7. แผ่นฟิล์มไม่แข็งแรง
  8. ไม่ทน ต้องเคลือบบ่อยๆ
  9. ไม่สามารถนำไปเคลือบกระจกได้ เพราะมีน้ำมัน

หมายเหตุ ถ้าเป็นเคมีที่ผลิตจาก CURNUBAR WAX แท้ๆ จะดีมากซึ่งต้นทุนสูง หายากมาก ผลิตได้จากไขสัตว์ : ไขปลาวาฬ ปัจจุบันได้เลิกแล้วเพราะถูกกลุ่มอนุรักษ์นิยม Green Peace ยับยั้ง ปัจจุบันสกัดได้จากไขของพืช ซึ่งมีความคงทนสูง มีความมันเงา

Silicone *ตัวอย่างเช่น ซิลิโคนที่ฝังในเต้านม, ซิลิโคที่ใช้ในการยาแนว

ข้อดี

  1. เคลือบแล้วเงา
  2. เป็นสารที่อยู่ในสภาพ Liquid
  3. มีความยืดหยุ่นสูง

ข้อเสีย

  1. ทนความร้อนได้เพียง 45’c – 75’c
  2. มีสารกัดสีอ่อน ถ้าใช้กับสัน หรือขอบประตูสีจะหลุดง่าย
  3. ไม่เหมาะที่จะเคลือบกลางแดด ข้างขวดมีเขียนไว้
  4. เมื่อเช็ดโดนพลาสติกๆ จะขาว
  5. มีส่วนผสมของ Petroleum Base
  6. แผ่นฟิลม์ที่เคลือบสีไม่แข็งแรง

ไม่สามารถนำไปเคลือบกับกระจกได้ เพราะมีน้ำมัน

Polymer เป็นสารที่มีอยู่ในคุณสมบัติของพลาสติกประเภท PE

ข้อดี

  1. สารเคลือบแข็ง
  2. มีความเงางาม
  3. เป็น Liquid Base
  4. ให้ความคงทนมากกว่าสารที่เป็น WAX, RASIN

ข้อเสีย

  1. เป็น Petroleum Base
  2. ตั้งทิ้งไว้นานๆ น้ำยาอาจแยกชั้น

ไม่สามารถนำไปเคลือบกับกระจกได้

Resin *ตัวอย่างเช่น กรอบรูปวิทยาศาสตร์ ทำจากเรซิ่น

ข้อดี

  1. มีความแข็งแรงกว่า Wax, Silicone
  2. มีความเงางามใส
  3. เป็น Liquid Base

ข้อเสีย

  1. มีส่วนผสมของ Petroleum
  2. มีการแยกชั้นถ้าทิ้งไว้ในที่เย็นนานๆ
  3. ไม่สามารถเคลือบกลางแดได้
  4. ถ้าเคลือบทิ้งไว้นานๆ เช็ดออกยากมาก
  5. ไม่ทนต่อความร้อนสูง
  6. ไม่สามารถนำไปเคลือบกระจกได้ เพราะมีน้ำมัน

ต้องเคลือบอยู่บ่อยครั้ง

Teflon *ตัวอย่างเช่น กระทะเทฟล่อน

ข้อดี

  1. มีผิวที่ลื่น
  2. มีความเงางามสูง
  3. ใช้ง่าย

ข้อเสีย

  1. ไม่ทนต่อการขูดขีด
  2. ในต่างประเทศเคยรณรงค์ที่จะเลิกใช้สารเทฟลอนที่มีอาจมีอันตรายต่อผู้ใช้ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง
  3. มีส่วนผสมของ Petroleum Base
  4. ทนต่อความร้อนได้จำกัด
  5. ต้องเคลือบอยู่บ่อยครั้ง
  6. ตั้งทิ้งไว้นานๆ น้ำยาจะแยกชั้น

ไม่สามารถนำไปเคลือบกับกระจกได้



* เป็นเพียงตัวอย่างเทียบเคียง มิได้หมายถึงเคมีเดียวกันทั้งหมด

 
   
HOMEABOUT USPRODUCTSERVICEMOLY CARE TIPSNEWS & EVENTFRANCHISEMOLY CARE BRANCHESFAQCONTACT US
   
Copyright©2007 Moly Care.co.th , All right reserved.